วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556


ทุกวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี



         วันแม่แห่งชาติปี 2556 นี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2556 และเป็นปีมหามงคลยิ่งเนื่องจากสมเด็จพระบรมราชินีนารถ ทรงมีพระชนมายุครบ 81 พรรษาร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวโรกาสมหามงคล 81 พรรษาราชินี
        
วันแม่แห่งชาติ หรือที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “วันแม่“ ทุกคนรับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถคือ วันที่ 12 สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพและถือว่าเป็นวันแม่ของชาติด้วย แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ
ต่อมาถึง พ.ศ.
2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนดในวันที่
 12 สิงหาคม ของทุกปี และถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยกำหนดให้ถือว่า “ดอกมะลิ” สีขาวบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่เรา

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ
1.ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน2.จัดกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ3.จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่

“พระคุณแม่”

พระคุณแม่ยิ่งใหญ่กว่าใครผอง แม่อุ้มท้องลูกรักนานหนักหนา

ให้กำเนิดเฝ้าเลี้ยงดูตลอดมา ในโลกาหาใครมาเทียมทัน
วันลูกเกิดอกแม่เจ็บเหมือนเหน็บศร แต่ก็ซ่อนความดีใจไม่เหหัน
น้ำตาแห่งความดีใจไหลเร็วพลัน สุดตื้นตันดวงใจได้ลูกยา
นมสองเต้าของแม่แน่แนบจิต แม่อุทิศเลือดเนื้อเพื่อลูกหนา
น้ำนมแม่กลั่นจากอกยกออกมา ให้ลูกยาดื่มด่ำอย่างหนำใจ

ดวงใจแม่ สะอาดแท้ กว่าทุกสิ่ง

ดวงใจแม่ สะอาดยิ่ง กว่าสิ่งไหน
ดวงใจแม่ สะอาดเกิน กว่าสิ่งใด
ดวงใจแม่ มีไว้ เพื่อลูกเอย
โดย เด็กชายสราวุฒิ จั่นผ่อง
นักเรียนโรงเรียนบ้านบางพล้อยางหลวง
อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร


"แม่" คำนี้ที่ยิ่งใหญ่

"แม่" คำนี้มีแต่ให้
"แม่" คำนี้ที่ค่อยห่วงใย
"แม่"กับ"ลูก"ค่อยห่วงใยซึ่งกันและกัน

เลือดของแม่ ในน้ำนม นับหมื่นหยด

ลูกจะทด แทนคุณแม่ ไม่หวั่นไหว
แม้พระคุณ ของแม่ มากเพียงใด
ลูกเต็มใจ รักแม่ ทดแทนคุณ

แม่คือพระผู้สร้างให้กำเนิด

ผู้ประเสริฐก่อเกิดลูกปลูกความฝัน
ถักทอรักฟูมฟักเนิ่นนานวัน
จนลูกนั้นเติบใหญ่จนได้ดี
เป็นดั่งเทียนยอมเผาตนจนมอดไหม้
ยังแสงให้ลูกเห็นทางไม่ห่างหนี
แสงอาทิตย์ส่องทางเดินเนิ่นนานปี
มารดานี้ส่องสว่างทางชีวัน
"แม่"จึงเป็นผู้สร้างทางชีวิต
คอยลิขิตแต่งแต้มหลากสีสัน
จากผ้าขาวผืนขาดเมื่อวานวัน
กลับเปรผันเป็นผ้างามยามเติบโต 

ณ วันนี้ลูกซาบซึ้งพระคุณแม่

บริสุทธิ์แท้ความรักแม่ที่กลั่นได้
หากลูกทำผิดพลาดแม่เสียใจ
โปรดอภัยให้กับลูกที่กระทำ
ลูกสัญญาหากลูกก้าวเป็นผู้ใหญ่
แทนคุณไซร้ให้แม่ไม่ตรากตรำ
เพราะทุกอย่างแม่พร่ำสอนลูกทุกคำ
ลูกจะนำสิ่งแม่สอนประพฤติตน
ท้ายสุดนี้ลูกขอกราบดั่งแทบเท้า
จะคอยเฝ้าดูแลแม่ทุกแห่งหน
ความรักแม่เปรียบเสมือนดั่งสายชล
กว้างเหลือล้นยากแทนคุณดั่งมารดา

ถึงวันแม่ แม่อยู่ไกล ให้คิดถึง

ลูกคำนึง ถึงแม่ ไม่แปลผัน
เงินมาพราก ลูกกับแม่ ต้องห่างกัน
ทุกคืนวัน ฝันถึงแม่ แม้ห่างมา
ลูกทำงาน อยู่ไกล เงินให้แม่
แต่จริงแท้ อยากอยู่ ดูรักษา
อยากดูแล แม่นี้ ทุกเวลา
คุณมารดา กตัญญู ไม่รู้คลาย
โอ้แม่จ๋า พระรักษา อย่าป่วยไข้
แม้ผองภัย ภูตผี จงหนีหาย
คุณความดี คุ้มครองไว้ ไม่ทำลาย
แล้วลูกชาย จะกลับมา หาแม่เอย    

ขอน้อมนอบ หมอบกราบแท้ พระแม่แก้ว
 สำนึกแล้ว ความเลว เคยเหลวไหล
ลูกซึ้งแล้ว แนววิถี ที่เป็นไป แม่ช้ำใจ เพราะลูกมา จนชาชิน
ลูกสร้างกรรม ทำบาป กราบเท้าแม่ ซึ้งใจแท้ แม่อภัย ให้หมดสิ้น
น้ำตาแม่ แต่ละหยด ที่รดริน ลูกแทบสิ้น ดังน้ำกรด รดหัวใจ
จะทำดี เพื่อแม่ ต่อแต่นี้
เป็นคนดี ต่อสังคม ไม่หลงไหล
จะเป็นคน ดีของแม่ ตลอดไป
ไม่ยอมให้ เสียใจซ้ำ ย่ำน้ำตา

"ลูกรักแม่" แน่แท้ มิแปรผัน

กี่คืนวัน ผันผ่านไป ใช่เมินเฉย
แม่จ๋า แม่ แม่รู้ไหม ลูกไม่เคย
ลืมแม่เลย แม้น้อยนิด ไม่คิดทำ
เพราะรักที่ แม่มอบให้ นั้นใหญ่ยิ่ง
ไม่เคยทิ้ง ยามลูกคว้าง ย่างถลำ
เปี่ยมเมตตา การุณ คอยหนุนนำ
แม่คือสาย น้ำาเย็นฉ่ำ ฉ่ำใจกาย
พระคุณแม่ แผ่อยู่ใน หัวใจลูก
รักแม่ผูก ลูกแน่นหนา กว่าสิ่งไหน
รักแม่เทียบ เปรียบเสมือน เป็นเงื่อนตาย
ถึงห่างหาย แค่กายห่าง ใช่ห่างใจ 
แม่เรา คือ ครูคนแรก
 มีแต่ให้ มิรู้สิ้น ถวิลเกื้อ
ทุกหยาดเหงื่อ ปกป้อง ยามร้องไห้
สองมือแห่ง ความรัก พิทักษ์ภัย
สองมือไกว เห่กล่อม ยอมอ่อนเพลีย
ยามลูกสุข แม่สุข ไม่ทุกข์ท้อ
พร้อมสู้ต่อ โอบอุ้มเจ้า เฝ้าส่งเสีย
ยามแม่เหนื่อย มีลูกน้อย เคล้าคลอเคลีย
หายเหนื่อยเพลีย ด้วยรักลูก โดยผูกพัน
ยามเจ็บไข้ เจ้างอแง แม่เจ็บกว่า
แทบใบ้บ้า ทุกข์ร้อน สุดผ่อนผัน
สองมืออุ้ม ทะนุถนอม ดั่งชีวัน
หาหยูกยา มาแบ่งปัน ช่วยบรรเทา
ลูกรู้ไหม ดวงใจแม่ มีแต่ให้
คล้องสายใย เฝ้าดูแล แม้เหน็บหนาว
สองมือกอด ตระกอง อย่างแผ่วเบา
เพื่อให้เจ้า อบอุ่น อย่างคุ้นเคย
สองมือป้อน ความห่วงใย ไม่มีเปลี่ยน
สอนลูกเขียน ท่องจำ ใช่เมินเฉย
ครูคนแรก ในดวงใจ ใช่ใครเลย
พระคุณแม่
รู้ไหมเอ่ย แน่แท้ แม่นั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น